eBay-Strategies

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไป สิงคโปร์ พร้อมกับคณะจาก ThaiVenture และได้พบกับคุณ Jason Lee ซึ่งเป็น Head of Expansion ของ eBay Singapore ที่ดูแลงานใน South East Asia ทั้งหมด คุณ Jason เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเที่ยง และมีโอกาสได้พูดคุยเรื่อง eBay ในประเทศไทยกันครับ

มีหัวข้อหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากๆ คุณ Jason ได้บอกว่าทาง eBay ทำ research เรื่องสินค้าที่คนอเมริกันชอบซื้อกัน สามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ

อ่านต่อได้ที่เว็บไซต์ Thai eBay Bible - เดชคัมภีร์ อีเบย์

eBay เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1995 ด้วยการใช้โมเดลทางธุรกิจที่แตกต่างจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอื่นๆ กล่าวคือ eBay ทำธุรกิจแบบ C2C โดยเป็นตัวกลางที่เชื่อมผู้ขายกับผู้ซื้อเข้าด้วยกัน ทำให้ eBay ไม่ต้องสต็อกสินค้าและประสบปัญหาต้นทุนสินค้าคงคลังสูงเหมือนที่ Amazon เป็น

eBay ใช้กลยุทธ์ Transaction Advantage ในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ เช่นเดียวกับที่ห้างสรรพสินค้าเป็น แต่ eBay สามารถลดต้นทุนทั้ง process cost และ transaction cost ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อได้ต่ำกว่าที่ห้างสรรพสินค้าทำได้

ผู้ขายมีต้นทุนค่าวางขายสินค้าผ่าน eBay ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการวางขายที่ห้างสรรพสินค้า ไม่มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าไปที่ห้าง สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องให้เครดิตเหมือนการขายผ่านห้าง และผู้ขายสามารถควบคุมปริมาณและประเภทสินค้าที่ต้องการขายได้ตลอดเวลา

ด้านผู้ซื้อก็มี transaction cost ที่ต่ำกว่าการซื้อที่ห้าง เช่น ผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปห้าง ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ระบบ search ของ eBay ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าที่มีราคาต่ำที่สุดได้โดยสั่ง sort ตามราคาสินค้า และผู้ซื้อสามารถสอบถามรายละเอียดของสินค้าได้จากผู้ขายโดยตรงผ่าน e-mail

การที่ eBay สามารถเก็บค่าขายสินค้าจากผู้ขายในราคาที่ต่ำกว่าห้างสรรพสินค้าได้ เนื่องจาก eBay ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าค่าพื้นที่ของห้างสรรพสินค้ามาก ถ้าห้างสรรพสินค้าต้องการวางสินค้าจำนวนหนึ่งล้านชิ้น อาจจะต้องใช้พื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอล แต่ eBay สามารถวางสินค้าหนึ่งล้านชิ้นได้ในเซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียวที่ใช้พื้นที่ขนาดเล็กๆ ในการวางเครื่อง

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตมีข้อด้อยที่สำคัญคือเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้ขายและผู้ซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลแบบ C2C ที่ eBay ใช้ ซึ่งผู้ขายและผู้ซื้อต่างไม่รู้จักตัวตนของอีกฝ่าย ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะถูกคู่ค้าของตนโกงหรือไม่ แต่จากปรัชญาธุรกิจของ eBay ที่กล่าวว่า "ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี" ทำให้ eBay พัฒนาระบบ Feedback ที่เป็นเสมือนการการันตีว่าเป็นสมาชิกสุจริต และการจูงใจให้สมาชิกใช้ระบบชำระเงิน PayPal เพื่อป้องกันการทุจริต

ระบบ Feedback เป็นระบบที่ใช้เก็บประวัติการซื้อขายของสมาชิก เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำการซื้อขายกันเสร็จสิ้น โดยผู้ขายได้รับการชำระเงินจากผู้ซื้อ และผู้ซื้อได้รับสินค้าจากผู้ขายแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะให้คะแนน Positive Feedback และเขียนข้อความชมเชยให้แก่กันเพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นสมาชิกที่เชื่อถือได้ ระบบ Feedback จะเก็บคะแนนและข้อความไว้ตลอดกาลเพื่อเป็นประวัติของสมาชิกแต่ละคน และสมาชิกทุกคนสามารถดูคะแนน Feedback ของคนอื่นได้

ระบบชำระเงิน PayPal เป็นระบบที่ eBay แนะนำให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้ โดย PayPal จะเป็นตัวกลางในการรับชำระเงินจากผู้ซื้อและส่งต่อเงินให้ผู้ขาย ถ้าผู้ซื้อชำระเงินทาง PayPal แล้วแต่ผู้ขายไม่ส่งสินค้าไปให้ ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนไปที่ PayPal เพื่อขอเงินคืนได้

ระบบ Feedback และระบบชำระเงิน PayPal ทำให้การซื้อขายสินค้าผ่าน eBay ได้รับความน่าเชื่อถือสูงขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าผ่าน eBay เพิ่มมากขึ้น และทำให้ eBay มีรายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมีต้นทุนที่ต่ำ ไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง ทำให้ eBay เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จและมีกำไรมหาศาล



Apisilp Trunganont
View full profile